แจ้งความเท็จ

https://pantip.com/topic/40810211

การแจ้งความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มีเกี่ยวเนื่องด้วยกันอยู่หลายมาตราด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือการแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามมาตรา 172 แม้ การแจ้งความเท็จ กลั่นแกล้งกัน แม้การกระทำดังกล่าวยังไม่เกิดความเสียหาย ความผิดก็เกิดขึ้นแล้ว เพราะการกระทำของผู้ที่แจ้ง แม้ผู้รับแจ้งจะไม่ทราบว่าเป็นความเท็จก็ตาม มีองค์ประกอบความผิดดังต่อไปนี้  

          ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 บัญญัติว่า “ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา แก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงาน ผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย”

          เป็นการ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ในความผิดอาญา ต่อเจ้าพนักงานตามตำแหน่ง เมื่อมาตรา 172 ระบุไว้โดยเฉพาะแล้ว ดังนั้นเมื่อ ผิดมาตรา 172 แล้ว จึงไม่ผิดมาตรา 137 ซึ่งเป็นบททั่วไป

องค์ประกอบข้อแรก “ผู้ใด” หมายถึง ใครก็ตามอาจจะเป็นทั้งบุคคลธรรมดา และหรือนิติบุคคลก็ได้

https://pantip.com/topic/40786347

องค์ประกอบข้อที่สอง  “แจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา”

          ผู้ที่แจ้งความแก่พนักงานสอบสวน อ้างว่าตนเป็นผู้เสียหายเพื่อให้ดำเนินคดีอาญาแก่ผู้อื่น ถือเป็นผู้กระทำความผิดตามมาตรา 172 แล้ว ส่วนพยานที่จะมาให้การเท็จสนับสนุนผู้ที่แจ้งความนั้น อาจผิดเพียงมาตรา 137 แต่ต้องไม่ปรากฏว่ามีเจตนาร่วมกันกระทำความผิด

ถ้าแจ้งความในฐานะเป็นผู้ต้องหา ก็จะได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 134 เช่นเดียวกับเรื่องแจ้งความเท็จ แม้คำให้การของผู้ต้องหาจะไม่เป็นความจริง ก็ไม่เป็นความผิดแจ้งความเท็จ

          คำพิพากษาฎีกาที่ 225 / 2508 ร้อยตำรวจตรีกมล จับจำเลยกับพวกในข้อหาเล่นการพนันสลากกินรวบ และค้นตัวได้กระดาษฟูลสแก๊ป ที่มีตัวเลขเขียนไว้จำนวน 2 ฉบับ เป็นโพย จำเลยแจ้งว่าเป็นฉลากกินรวบซื้อมาจากโจทก์ หรือให้การซัดทอดไปถึงโจทก์ ข้อพิจารณาต้องถือว่า จำเลยกล่าวในฐานะผู้ต้องหาหรือเสมือนผู้ต้องหา ไม่มีความผิดฐานแจ้งความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 และมาตรา 172

          คำพิพากษาฎีกาที่ 627 / 2515 จำเลยรู้ว่าเนื้อดังกล่าวเป็นเนื้อโค ซึ่งผู้เสียหายได้รับอนุญาตให้จำหน่ายเป็นการแจ้งเท็จ เพราะว่าในวันเกิดเหตุ ผู้เสียหายไม่ได้ขออนุญาตให้ฆ่ากระบือ จำเลยแจ้งความต่อตำรวจว่าเนื้อบนเขียงผู้เสียหายเป็นเนื้อกระบือ ให้จับผู้เสียหาย ถ้าไม่จับจะนำตำรวจอื่นมาจับ จำเลยรู้ว่าเนื้อดังกล่าวเป็นเนื้อโค ซึ่งผู้เสียหายได้รับอนุญาตให้จำหน่าย เป็นการแจ้งความเท็จเพื่อให้เกิดความเสียหาย

          การแจ้งความเท็จ และฟ้องเท็จ เบิกความเท็จ เป็นความผิดหลายกรรม แม้ว่าจะมาจากเรื่องเดียวกัน กล่าวคือเรื่องที่แจ้งความเท็จ เมื่อนำไปฟ้องก็เป็นฟ้องเท็จ เมื่อมีการเบิกความในศาลในเรื่องเดียวกันนั้น ก็เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จโดยเป็นความผิดหลายกรรม

การแจ้งข้อเท็จจริงถ้าหากเป็นการแจ้งไปตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นตามความเข้าใจ ไม่ถือว่าเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ แนวคำพิพากษาฎีกา เช่น

          คำพิพากษาฎีกาที่ 4669 / 2530 จำเลยได้ทราบจากผู้ใต้บังคับบัญชาว่า โจทก์ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาได้ไปรื้อค้นสำนักงาน และโต๊ะทำงานของจำเลย ขณะจำเลยไม่อยู่ ปรากฏว่าเงินที่จำเลยเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานสูญหายไป จำเลยย่อมมีเหตุที่จะสงสัยว่าโจทก์อาจเป็นคนร้ายลักเงินไป

ถ้าแจ้งข้อเท็จจริงไปตามความจริง แต่ให้ความเห็นทางกฎหมายผิด ไม่ผิดตามมาตรานี้ เช่น การที่จำเลยแจ้งด้วยว่าโจทก์เป็นบุคคลอันธพาล และพกอาวุธเป็นความผิดต่อกฎหมาย ไม่ผิดฐานแจ้งความเท็จ

การแจ้งเท็จต้องเกี่ยวกับความผิดอาญา ถ้าหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับคดีแพ่ง ก็ไม่เป็นความผิดมาตรา 172 แต่อาจจะมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137

          คำพิพากษาฎีกาที่ 1146 / 2520 โจทก์ออกจากที่ดินพิพาทตามคำสั่งศาลแล้ว จำเลยแจ้งต่อศาลและตำรวจว่ายังไม่ออกตามคำสั่งศาล ศาลจึงออกหมายจับ ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 172  มาตรา 173 และมาตรา 174 เพราะเป็นการแจ้งความเท็จในคดีแพ่ง

          คำพิพากษาฎีกาที่ 3602 / 2533 จำเลยนำยึดบ้านโจทก์ อ้างว่าเป็นบ้านของลูกหนี้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นบ้านของโจทก์ ศาลจึงออกหมายจับและตำรวจจับโจทก์ อย่างนี้เป็นความผิดตามมาตรา 137 แต่ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 172 , มาตรา 173 และมาตรา 174

แจ้งความเท็จในชั้นขอปล่อยตัวชั่วคราวในคดีอาญา ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 172 เพราะศาลไม่ใช่เจ้าพนักงานตามมาตรานี้

การแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญและเป็นสาระสำคัญของคดีด้วยถ้าหากเป็นการแจ้งเท็จในเรื่องรายละเอียดไม่ใช่องค์ประกอบความผิดในเรื่องที่แจ้งไม่เป็นความผิด

          คำพิพากษาฎีกาที่ 4205 / 2529 ในคดีอาญาฐานฉ้อโกง ข้อที่พยานให้การกับพนักงานสอบสวนว่า ได้แนะนำผู้ต้องหาให้รู้จักกับผู้เสียหาย ย่อมไม่เกี่ยวกับองค์ประกอบความผิดในทางอาญาเลย แม้จะเป็นความเท็จก็ไม่ได้แนะนำให้รู้จักกันเลยก็ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 172

          คำพิพากษาฎีกาที่ 513 – 514 / 2534  การที่แจ้งว่าโจทก์ออกเช็คให้กับจำเลย ทำให้จำเลยเป็นผู้เสียหายในความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ถ้าเป็นเท็จก็เป็นข้อสำคัญในคดี

องค์ประกอบข้อสาม แจ้งแก่เจ้าพนักงาน 4 ประเภท คือ “พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา” ซึ่งต่างกับเจ้าพนักงานตามมาตรา 137 ซึ่งหมายถึงเจ้าพนักงานโดยทั่วไป

กรณีความผิดสำเร็จเมื่อพนักงานสอบสวนได้ทราบถึงข้อความที่แจ้ง พนักงานสอบสวนจะทราบว่าเท็จหรือไม่ศาลพิพากษาว่าอย่างไร คดีถึงที่สุดหรือไม่ หาใช่ข้อสำคัญที่จำเลยกระทำความผิดหรือไม่

องค์ประกอบข้อสี่  “ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย”

          คำพิพากษาฎีกาที่ 1888 / 2530 โจทก์ออกเช็คให้แก่จำเลย เพื่อชำระเป็นเงินรางวัลสลากกินรวบ และต่อมาได้แจ้งระงับการจ่ายเงิน เพราะทราบความจริงว่า จำเลยไม่ได้ถูกรางวัล แต่จำเลยได้มอบอำนาจให้ ป. ไปแจ้งความ แล้วจำเลยได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า โจทก์นำเช็คมาแลกเงินไปจากจำเลย เป็นเหตุให้โจทก์ถูกจับกุม ควบคุมตัวระหว่างการสอบสวน และถูกฟ้องต่อศาล ทั้งจำเลยได้เบิกความเท็จดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้ศาลในคดีนั้นเชื่อและลงโทษโจทก์ โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) และมีอำนาจฟ้องจำเลยในความผิดฐานแจ้งความเท็จและเบิกความเท็จ

องค์ประกอบข้อที่ห้า  “ต้องเป็นการกระทำโดยเจตนา”  การไปแจ้งความเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงจริงตามที่ทราบมาไม่ผิดเพราะไม่มีเจตนา

          คำพิพากษาฎีกาที่ 897 / 2507 จำเลยแจ้งต่อพนักงานสอบสวน เล่าเรื่องให้ฟังตามเหตุการณ์ ขณะถ่ายภาพมีเสียงปืนดังไม่เห็นคนยิงแต่เชื่อหรือเข้าใจว่าเป็นโจทก์ พนักงานสอบสวนสรุปข้อความตามที่แจ้งว่าโจทก์ใช้ปืนพกยิง จำเลยเข้าใจว่าโจทก์มีเจตนาจะยิงจำเลย ไม่ใช่ถ้อยคำที่จำเลยแจ้งโดยแท้จริง และไม่มีพฤติการณ์แจ้งเอาความผิดไปกล่าวหาโจทก์จึงไม่ผิดตามมาตรา 172

หากท่านไม่ได้รับความเป็นธรรมทางกฎหมาย ติดต่อ สำนักงานกฎหมาย อุดมคดี ที่
เบอร์ 082-583-8658
Line : @Udomakdee
Fanpage : https://www.facebook.com/UDOMKADEE