ถูกหลอกให้โอนเงิน ทำอย่างไรดี
ถูกหลอกให้โอนเงิน ถือเป็นอาชญากรรมที่มีหลายชื่อเรียก ขึ้นอยู่กับลักษณะของการกระทำ เช่น:
- การฉ้อโกง: เป็นการหลอกลวงที่ทำให้ผู้เสียหายเสียเงิน โดยใช้กลลวงหรือการแสดงตัวตนปลอม
- การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ: หากมีการใช้ข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหายในการหลอกลวง
- การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์โดยมิชอบ: หากการหลอกลวงเกิดขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์หรืออิเล็กทรอนิกส์
โดนโกงให้โอนเงินกี่บาทจึงแจ้งความได้
คุณสามารถแจ้งความได้ทันทีหากถูกโกงให้โอนเงิน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเงินเท่าใด แม้ว่าจะเป็นจำนวนเงินน้อยก็ตาม การแจ้งความจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการตรวจสอบและสืบสวนคดีได้ และยังช่วยป้องกันไม่ให้ผู้อื่นถูกหลอกลวงในลักษณะเดียวกันอีกด้วย หากมีหลักฐานหรือข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการโกง จะช่วยให้การแจ้งความมีน้ำหนักมากขึ้น
โดนหลอกโอนเงินแล้ว ทำยังไงดี?
อย่าเพิ่งตกใจครับ! การโดนหลอกลวงให้โอนเงินเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อย และมีวิธีแก้ไขเบื้องต้นที่คุณสามารถทำได้ทันที
ขั้นตอนที่ควรทำเมื่อโดนหลอกโอนเงิน
- แจ้งธนาคารทันที:
- ติดต่อธนาคารที่คุณใช้ในการโอนเงิน เพื่อแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
- ขอให้ธนาคารระงับการทำธุรกรรมในบัญชีที่ถูกโอนเงินไป
- ขอเลขที่อ้างอิงจากธนาคาร เพื่อใช้ในการแจ้งความ
- รวบรวมหลักฐาน:
- เก็บหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการถูกหลอกลวง เช่น
- สลิปการโอนเงิน
- ข้อความสนทนาที่เกี่ยวข้อง
- หน้าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ใช้ในการติดต่อ
- ข้อมูลบัญชีที่ใช้ในการโอนเงิน
- เก็บหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการถูกหลอกลวง เช่น
- แจ้งความ:
- แจ้งความกับสถานีตำรวจในท้องที่ที่คุณอาศัยอยู่ หรือที่สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด
- นำหลักฐานทั้งหมดที่รวบรวมได้ไปยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
- ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกพยานและหลักฐาน เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิด
ทำไมต้องแจ้งความ?
- เพื่อเป็นหลักฐาน: การแจ้งความจะทำให้คุณมีหลักฐานทางกฎหมาย
- เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิด: เจ้าหน้าที่ตำรวจจะช่วยติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี
- เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก: การแจ้งความจะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดรายอื่นมาหลอกลวงคนอื่นอีก
ป้องกันตัวเองอย่างไรไม่ให้โดนหลอกอีก
- ตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียด: ก่อนทำธุรกรรมใดๆ ให้ตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียด เช่น ชื่อบัญชี หมายเลขบัญชี และชื่อเว็บไซต์
- ระวังข้อความหรืออีเมลที่น่าสงสัย: อย่าคลิกลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์จากข้อความหรืออีเมลที่ไม่น่าเชื่อถือ
- ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว: อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เช่น รหัสผ่าน หรือข้อมูลบัตรเครดิตให้กับบุคคลที่ไม่รู้จัก
- ใช้แอปพลิเคชันที่ปลอดภัย: เลือกใช้แอปพลิเคชันที่ได้รับการรับรองความปลอดภัย
สิ่งที่ควรระวัง:
- อย่าหลงเชื่อข้อความหรืออีเมลที่ไม่น่าเชื่อถือ: ตรวจสอบที่มาของข้อความและอย่าคลิกลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์ที่ไม่รู้จัก
- ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว: อย่าบอกรหัสผ่าน บัตรประชาชน หรือข้อมูลทางการเงินให้กับบุคคลที่ไม่รู้จัก
- ตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียด: ก่อนทำธุรกรรมใดๆ ให้ตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียด เช่น ชื่อบัญชี หมายเลขบัญชี และชื่อธนาคาร
- ใช้ช่องทางการติดต่อที่ปลอดภัย: ติดต่อกับธนาคารหรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือผ่านช่องทางที่ปลอดภัย เช่น สาขาธนาคาร หรือเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
เคล็ดลับป้องกันไม่ให้โดนหลอก:
- เพิ่มความระมัดระวัง: อย่าใจร้อน หรือหลงเชื่อคำพูดที่สวยหรู
- ศึกษาข้อมูล: ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการหลอกลวงออนไลน์อยู่เสมอ
- ใช้โปรแกรมป้องกันไวรัส: ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสและอัปเดตอยู่เสมอ
- เปิดใช้งานการตรวจสอบสองปัจจัย: เปิดใช้งานการตรวจสอบสองปัจจัย (Two-factor authentication) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชีของคุณ
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากคุณไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไร สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือธนาคารได้
- เผยแพร่ข้อมูล: บอกเล่าประสบการณ์ของคุณให้ผู้อื่นทราบ เพื่อเป็นอุทาหรณ์และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับผู้อื่น
หมายเหตุ: การได้เงินคืนหลังจากถูกหลอกลวงนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความรวดเร็วในการแจ้งความ ความร่วมมือของธนาคาร และความสามารถในการติดตามตัวผู้กระทำผิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ขั้นตอนการแจ้งความ
- รวบรวมหลักฐาน:
- สลิปการโอนเงิน: ทั้งรูปภาพและข้อความยืนยันการโอน
- หลักฐานการติดต่อ: ข้อความ แชท หรืออีเมลที่เกี่ยวข้องกับการถูกหลอกลวง
- ข้อมูลบัญชี: ชื่อธนาคาร เลขที่บัญชีของผู้กระทำผิด (ถ้าทราบ)
- รายละเอียดเหตุการณ์: บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้
- เลือกช่องทางในการแจ้งความ:
- สถานีตำรวจ: ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่ที่คุณอาศัยอยู่ หรือสถานีตำรวจที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
- แจ้งความออนไลน์: เข้าไปแจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (https://www.thaipoliceonline.go.th/)
- เตรียมเอกสาร:
- บัตรประชาชน
- หลักฐานการโอนเงิน
- หลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ให้ปากคำ:
- อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังอย่างละเอียด
- ตอบคำถามของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างตรงไปตรงมา
หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ปอท.)
ข้อควรระวัง
- อย่าช้า: ควรแจ้งความโดยเร็วที่สุด เพราะหลักฐานอาจสูญหายได้
- เก็บรักษาหลักฐาน: เก็บรักษาหลักฐานทั้งหมดไว้เป็นอย่างดี
- อย่าโอนเงินเพิ่ม: ไม่ว่าจะได้รับการติดต่อจากใครก็ตาม ห้ามโอนเงินเพิ่มเด็ดขาด
ถูกหลอกให้โอนเงิน จะได้เงินคืนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย:
- ประเภทของการหลอกลวง: หากเป็นการหลอกลวงที่มีการติดตามและมีหลักฐานชัดเจน อาจมีโอกาสได้เงินคืน
- การแจ้งธนาคาร: ถ้าคุณแจ้งธนาคารทันทีหลังจากโอนเงิน บางครั้งธนาคารอาจสามารถช่วยย้อนกลับธุรกรรมได้ แต่ไม่รับประกันว่าจะได้เงินคืน
- การแจ้งตำรวจ: หากมีการแจ้งความ อาจมีการสืบสวนและติดตามผู้กระทำผิด ซึ่งถ้าสามารถจับกุมได้ อาจมีโอกาสได้เงินคืนจากการยึดทรัพย์สินของผู้หลอกลวง
- หลักฐาน: การมีหลักฐานที่ชัดเจน เช่น การสนทนา ข้อมูลการโอนเงิน จะช่วยในการดำเนินการให้ได้เงินคืน
อย่าปล่อยให้คนร้ายลอยนวล! การแจ้งความเป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรทำ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมได้ดำเนินไป
หากท่านไม่ได้รับความเป็นธรรมทางกฎหมาย ติดต่อ สำนักงานกฎหมาย อุดมคดี ที่
เบอร์ 082-583-8658
Line:@Udomkadee
Fanpage: https://www.facebook.com/UDOMKADEE