สัญญาตัวแทน

https://pantip.com/topic/41104261

สัญญาตัวแทน

หลักกฎหมายของ สัญญาตัวแทน มาตรา 797 บัญญัติว่า “อันว่าสัญญาตัวแทนนั้น คือ สัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ตัวแทนมีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคน หนึ่งเรียกว่าตัวการ และตกลงจะทำการดังนั้น
            อันความเป็นตัวแทนนั้น จะเป็นโดยแต่งตั้งแสดงออกชัด หรือโดยปริยายก็ย่อมได้
“

ลักษณะสำคัญของสัญญาตัวแทน

1. ความหมายของตัวแทน

          สัญญาตัวแทน คือ สัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่งเรียกว่าตัวแทน มีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าตัวการ และตกลงจะทำการดังนั้น

          ดังนั้น การเป็นตัวแทนและตัวการ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ ทั้งสองฝ่ายมีสภาพเป็นบุคคล ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล

          คำพิพากษาฎีกาที่ 5591 / 2551 แม้บริษัทจำเลยที่ 1 จัดตั้งขึ้นภายหลัง จากที่จำเลยที่ 2 ทำสัญญากับโจทก์แล้ว แต่ได้จัดตั้งขึ้นหลังจากทำสัญญาเพียงหนึ่งปี โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจและจำเลยที่ 1 แม้ไม่อาจถือว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ในการทำสัญญา เพราะขณะนั้น ยังไม่มีการจัดตั้งจำเลยที่ 1 แต่พฤติการณ์ที่ต่อมาจำเลยที่ 1 ซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการ  ผู้มีอำนาจกระทำการแทน ได้รับและถือเอาประโยชน์จากการที่จำเลยที่ 2 ตกลงทำสัญญากับโจทก์ โดยการจัดจำหน่ายหนังสือนิยสยของโจทก์ต่อไป ถือว่าจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ทราบและผูกพันตามข้อตกลงในการจำหน่ายนวนิยายให้เสร็จสิ้น ภายในระยะเวลาสองปีด้วย จำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมกับจำเลยที่ 2 รับผิดต่อโจทก์

1.1 กรณีที่ถือว่าเป็นตัวแทน

          คำพิพากษาฎีกาที่ 1865 / 2530 การดำเนินธุรกิจซื้อขายหุ้นของโจทก์ กระทำโดยผ่านทางจำเลยซึ่งเป็นฝ่ายสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ การซื้อหรือขายหุ้นเป็นจำนวนเท่าใดมีมูลค่าอย่างไร จำเลยจะต้องกระทำไปตามคำสั่งของโจทก์ทั้งสิ้น โดยจำเลยมิได้มีอำนาจในการที่จะใช้ดุลพินิจของตนเอง ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลย จึงเป็นลักษณะของ ตัวการตัวแทน การให้จำเลยเรียกร้องเอาเงินที่ได้ทดรองจ่ายไป แทนโจทก์ในกิจการที่โจทก์มอบหมายให้ปฏิบัติ จึงเป็นเรื่องตัวแทนเอาเงินไปใช้จากตัวการ ซึ่งไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้เป็นพิเศษ จึงต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามมาตรา 193 / 30

          คำพิพากษาฎีกาที่ 33 / 2532 โจทก์มอบหมายให้จำเลยซึ่งเป็นทนายความของโจทก์ในคดีก่อนมีอำนาจรับเงินจากจำเลยในคดีนั้นแทนโจทก์ได้ เมื่อจำเลยรับเงินจาก  ธ.  ซึ่งชำระหนี้แก่โจทก์แทนจำเลยในคดีดังกล่าว เงินที่จำเลยรับไว้จึงตกเป็นของโจทก์ จำเลยเบียดบังเอาเงินนั้นไปเป็นประโยชน์ส่วนตนโดยทุจริต การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานยักยอก โจทก์ย่อมเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องจำเลยได้

          หมายเหตุ  ตามฎีกานี้ตัวความมอบอำนาจให้ ทนายความ มีอำนาจรับเงินในคดีแทนตัวความได้ ทนายความ จึงเป็นตัวแทนรับเงินแทนตัวความในคดีได้ เมื่อตัวแทนเบียดบังเอาเงินนั้นไป จึงมีความผิดฐานยักยอกและตัวความย่อมเป็นผู้เสียหาย

          คำพิพากษาฎีกาที่ 3913 / 2534 จำเลยที่ 9 ว่าจ้างจำเลยที่ 7 เจ้าของเรือลากจูงไปทำการลากจูงเรือพ่วง โดยจำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 7 เป็นผู้ควบคุมเรือ ขับไปชนสะพานเสียหายจึงเป็นละเมิด เท่ากับจำเลยที่ 7 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 9 และถือได้ว่าจำเลยที่ 9 เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 5 ด้วย จำเลยที่ 9 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 7 ในผลแห่งละเมิด

          คำพิพากษาฎีกาที่ 668 / 2535 มาตรา 193 / 14 (1) การรับสภาพหนี้จะต้องกระทำโดยลูกหนี้ แต่ลูกหนี้อาจตั้งตัวแทนให้ชำระหนี้ได้ ซึ่งย่อมต้องถือว่าเป็นการชำระหนี้ของลูกหนี้นั่นเอง จำเลยที่ 2 เคยลงลายมือชื่อรับสินค้าที่จำเลยที่ 1 ซื้อมาจากโจทก์แทนจำเลยที่ 1 และเคยพูดขอผัดผ่อนชำระหนี้แทนจำเลยที่ 1 การที่จำเลยที่ 2 มอบหลังคาไฟเบอร์กระบะชำระหนี้ให้โจทก์ เป็นการกระทำโดยตระหนักเป็นปริยายว่า ยอมรับสิทธิเรียกร้องของโจทก์ ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 โดยปริยาย จึงเป็นการรับสภาพหนี้ที่มีผลผูกพันจำเลยที่ 1 ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง

          คำพิพากษาฎีกาที่ 514 / 2538 จำเลยที่ และจำเลยที่ 2 มีสิทธิ แต่งตั้งทนายความให้ว่าความ และดำเนินกระบวนพิจารณาแทนได้ตามมาตรา 60 ซึ่งเป็นการแต่งตั้งตัวแทนตามมาตรา 797 และการแต่งตั้งผู้ใดเข้าเป็นทนายความ ขึ้นอยู่กับความไว้วางใจของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เป็นสำคัญ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ย่อมมีสิทธิจะขอถอนทนายความ ซึ่งเป็นตัวแทนเมื่อไรก็ได้ ตามมาตรา 827 วรรค 1 หากทนายจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เสียหายอย่างไร ก็ชอบที่จะว่ากล่าวเอาแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 827 วรรคสอง ที่ให้สิทธิไว้

1.2 กรณีที่ไม่ถือว่าเป็น สัญญาตัวแทน

          คำพิพากษาฎีกาที่ 1176 / 2510 เจ้าของรถยนต์ นำรถยนต์ไปซ่อมที่อู่ซ่อมรถ เจ้าของรถยนต์วานช่างซ่อมขับรถคันนั้นไปส่งที่อื่น เมื่อส่งเสร็จแล้วช่างซ่อมรถขับรถกลับอู่ ไปชนกับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายระหว่างทาง ดังนี้ ช่างซ่อมรถไม่ได้เป็นตัวแทนหรือลูกจ้างของเจ้าของรถยนต์ เจ้าของรถยนต์ไม่ต้องร่วมรับผิดในการละเมิดนั้น

          คำพิพากษาฎีกาที่ 1607 / 2532 โจทก์มอบพลอยจำนวน 3 หมู่ ให้จำเลยไปขาย โดยกำหนดราคาขั้นต่ำไว้ จำเลยจะขายในราคาสูงกว่าก็ได้ เช่นนี้ จำเลยย่อมมีสิทธิขายพลอยอย่างเป็นของตนเอง ไม่ใช่เป็นตัวแทนไปขายในนามของโจทก์ แม้จะมีข้อตกลงให้ค่าตอบแทน แก่จำเลยเป็นเงิน 3% ของเงินที่ขายได้ ก็ไม่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์จำเลยเปลี่ยนแปลงไป การที่จำเลยไม่ยอมคืนพลอยหรือใช้เงินให้โจทก์เป็นเพียงผิดข้อตกลงกัน ซึ่งโจทก์จะต้องใช้สิทธิเรียกร้องแก่จำเลยในทางแพ่ง หาเป็นเรื่องที่มีความผิดในทางอาญาฐานยักยอกไม่

  • ข้อสังเกต

(1) การกระทำกิจการร่วมกัน โดยแบ่งหน้าที่กัน ทำมิใช่ตัวการตัวแทน

          คำพิพากษาฎีกาที่ 85/2540 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีข้อตกลงให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้พัฒนาที่ดินเพื่อจัดสรรแล้ว จำเลยที่ 1 จะเป็นผู้นำที่ดินไปให้บุคคลภายนอกเช่าซื้อ เมื่อผู้เช่าซื้อชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนแล้ว จำเลยที่ 1 จะนำเงินดังกล่าวชำระให้จำเลยที่ 2 และที่ 3   แล้วจำเลยที่ 2 และที่ 3 จะต้องโอนกรรมสิทธิที่ดินให้แก่ผู้เช่าซื้อ แสดงว่าจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันจัดสรรที่ดิน เพื่อจำหน่ายโดยแบ่งหน้าที่กัน มิใช่เป็นตัวการตัวแทน จำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์ด้วย

          คำพิพากษาฎีกาที่ 2765 / 2548 จำเลยที่ 1 เป็นสามีของจำเลยที่ 2 ได้ลงชื่อเป็นพยานในสัญญาจ้างก่อสร้างบ้าน ลงในที่ดินของจำเลยทั้ง 2 จึงเป็นพฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1 รู้เห็นยินยอมและมุ่งผูกพันในสัญญาก่อสร้างกับโจทก์ ในฐานะอย่างลูกหนี้ร่วมกัน แม้จำเลยที่ 2 จะเป็นผู้ลงชื่อคู่สัญญาในสัญญาจ้างคนเดียวก็ตามหนี้ค่าก่อสร้างบ้านที่จำเลยทั้งสองมุ่งหมายจะได้อยู่อาศัยต่อไป ย่อมผูกพันจำเลยที่ 1 ดังนี้ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ร่วมรับผิดตามสัญญาดังกล่าวได้

          หมายเหตุ ตามฎีกานี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันว่าจ้างโจทก์ ทำการก่อสร้างบ้านพักอาศัยลงบนที่ดินของจำเลยทั้งสอง

          คำพิพากษาฎีกาที่ 1521 / 2548 จำเลยที่ 2 เป็นภริยาของจำเลยที่ 1 และร่วมกันตกลงว่าจ้างโจทย์ให้เป็นพยาน ให้คำปรึกษาและให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีด้วย จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดในฐานะเป็นผู้ร่วมว่าจ้าง กรณีมิใช่เรื่องตัวการตัวแทน

(2) การมอบอำนาจให้ลงชื่อในสัญญา ไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวถึงการมอบอำนาจไว้ในสัญญา

          คำพิพากษาฎีกาที่ 66  / 2537 บริษัทโจทก์มอบอำนาจให้ จ. และ อ. ลงชื่อในสัญญาเช่าซื้อในฐานะผู้ให้เช่าซื้อ จ. และ อ. กระทำการแทนโจทก์ได้ โดยไม่ต้องระบุในสัญญาเช่าซื้ออีกว่า โจทก์มอบอำนาจให้ จ. และ อ. กระทำการแทน

(3) การนำสืบถึงการเป็นตัวการตัวแทน ในการสั่งซื้อสินค้าถือว่าเป็นข้อเท็จจริงในรายละเอียด ไม่จำต้องบรรยายมาในคำฟ้อง จึงเป็นข้อเท็จจริงที่สามารถนำสืบได้ในชั้นพิจารณา

          คำพิพากษาฎีกาที่ 528 / 2536 ห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 1 ได้มอบหมายให้  ส. เป็นตัวแทนในการสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ในฐานะเป็นตัวการ และจำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในฐานะหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด แม้โจทก์มิได้กล่าวในฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวการ และ ส. เป็นตัวแทนจำเลยที่ 1 ในการสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ โจทก์ก็สามารถนำสืบในข้อนี้ได้ เพราะเป็นการนำสืบอธิบายข้อเท็จจริงรายละเอียด เนื่องจากในการติดต่อทำสัญญาซื้อขายกันอาจกระทำโดยตนเอง หรือโดยมีตัวแทนไปติดต่อทำสัญญาซื้อขายแทนก็ได้ และศาลวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ได้ ไม่เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น

(4) สัญญาตัวแทน กับสัญญาซื้อขาย

          คำพิพากษาฎีกาที่ 3049 / 2528 โจทก์ซื้อกระจกกับบริษัท ก. แล้วขายต่อไปให้บริษัท ม. อีกต่อหนึ่ง ไม่ปรากฏว่าโจทก์เป็นผู้ทำการชี้ช่องหรือจัดการให้บริษัท ก. ได้เข้าทำสัญญากับผู้ใด หรือโจทก์ได้ขายกระจกแทนบริษัท ก. และหนังสือสัญญาระหว่างโจทก์กับบริษัท ก. ก็ระบุไว้ด้วยว่า ความสัมพันธ์ทั้งสองฝ่ายไม่ใช่เป็นความสัมพันธ์ในทางตัวการตัวแทน แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย โจทก์จึงมิได้เป็นนายหน้าหรือเป็นตัวแทนของบริษัท ก.

2. การแต่งตั้งตัวแทน

ความเป็นตัวแทนจะเป็นโดยแต่งตั้งแสดงออกชัด หรือโดยปริยายก็ได้

  • 2.1 ตัวแทนโดยแต่งตั้งแสดงออกชัด

          คำพิพากษาฎีกาที่ 7314 / 2532 จำเลยเป็นพนักงานของโจทก์ และเป็นทนายความว่าความให้โจทก์ ถือว่าโจทก์เป็นตัวการและจำเลยเป็นตัวแทน

  • 2.2 ตัวแทนโดยปริยาย

          คำพิพากษาฎีกาที่ 3643 / 2532 โจทก์มอบหมายให้จำเลยดำเนินการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์จากชื่อโจทก์ไปเป็นของ ส. ผู้รับโอนให้เป็นที่เรียบร้อย จำเลยจึงเป็นตัวแทนโดยปริยายของโจทก์    

หมายเหตุ หากไม่ปรากฏว่ามีบุคคลอื่นเป็นตัวการ ผู้กระทำกิจการนั้นต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเป็นส่วนตัว

 หากท่านไม่ได้รับความเป็นธรรมทางกฎหมาย ติดต่อที่ สำนักงานกฎหมาย อุดมคดี ที่
เบอร์ 088-893-6992
Line : @Udomkadee
Fanpage : https://www.facebook.com/UDOMKADEE